Oa's profilec'',)::OA::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 04 คนที่ต้องการคนที่ต้องการ...
หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า..
"คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?"
ฉันคงตอบว่า...
"แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร
และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว"
ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น
ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง
แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ "รับความเลว" ของคุณได้
บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้
คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท
แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ
คนที่คิดว่า "ใช่" กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้
เพราะ "ความรัก" มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น
ที่กำหนดได้มันคือ "ความชอบ" มากกว่า
** แต่ที่สำคัญ คือ
ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน
แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึปล่าว
ถ้าเป็นคุณก้อควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ชในฝันของคุณเลย
แต่ถ้าไม่ใช่...
คุณก้อควรบอกให้เค้ารู้ว่า..
ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว
จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน
แต่คุณก็ยัง "รัก" เค้า
แม่หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปี
ผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ เพราะวันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผมต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง มันเป็นไอเดียของเธอล้วนๆจริงๆนะ " ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ " ภรรยาผมว่า "แต่ผมรักคุณนี่ " ผมเถียง " ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ด้วยเหมือนกัน " ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยาอยากให้ผมไปหา คือ แม่ของผมเอง ซึ่งเป็นหม้ายมา 19 ปีแล้ว เนื่องจากงานที่รัดตัวและต้องดูแลลูกๆ ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น วันที่ผมโทรไปหาแม่เพื่อชวนท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง แม่ถามว่า "มีอะไรหรือ? ลูกสบายดีรึเปล่า? " แม่ผมเป็นผู้หญิงประเภทที่คิดว่าการที่คนโทรมาหากลางดึก หรือเชิญอย่างกระทันหัน หมายความว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น ผมตอบแม่ว่า "ผมว่าดีออกถ้าเราได้ใช้เวลากันตามลำพังสองคนแม่ลูกบ้าง" แม่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า " แม่ยินดีมากเลยจ้ะ " เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถไปรับแม่ที่บ้าน ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็สังเกตุได้ว่า แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน แม่สวมเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ในวันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูตสวรรค์ " แม่บอกเพื่อนๆว่าแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกชาย พวกเขาประทับใจกันใหญ่ " แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ " พวกเขารอฟังแทบไม่ไหวเลย " เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยมและบรรยากาศก็อบอุ่นสบายๆมากๆ แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง หลังจากที่เรานั่งลงเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเป็นฝ่ายอ่าน เมนูอาหาร เพราะสายตาของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ๆเท่านั้น เมื่อผมอ่านเมนูอองเทรไปได้เพียงครึ่ง ผมเงยขึ้นมองเห็นแม่กำลังมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง "ตอนที่ลูกยังเล็กนั้น แม่ต้องเป็นคนอ่านเมนูให้ลูกฟัง " แม่ว่า "งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟังสบายๆบ้าง " ผมตอบ ในระหว่างมื้ออาหารนั้น เราคุยกันอย่างถูกคอ-ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร-เพียงแต่สลับกันถามว่าชีวิต ของเรา เป็นยังไงทำอะไรที่ไหนมาบ้าง เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ทัน เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูดว่า "แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ แต่คราวนี้ลูกต้องยอมให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ" ผมตอบตกลง "ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง?" ภรรยาถามเมื่อผมกลับถึงบ้าน "ดีเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้มากเลย" ผมตอบ ไม่กี่วันต่อมา แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน มันเกิดขึ้นกระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย หลายวันต่อมา ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผมกับแม่เคยไป มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วยว่า " แม่จ่ายค่าอาหารชุดนี้เรียบร้อยแล้ว แม่รู้อยู่แล้วว่าแม่คงไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม่ก็จ่ายสำหรับสองคน คือลูกกับภรรยา ลูกคงเดาไม่ถูกหรอกว่าวันนั้นมีความหมายต่อแม่มากแค่ไหน , รักลูกจ้ะ " วินาทีนั้น ผมเข้าใจถึงความสำคัญของการกล่าวคำว่า " รัก " ต่อคนที่เรารักในช่วงเวลาที่เค้าต้องการมัน ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าครอบครัวของคุณ จงให้เวลากับพวกเค้าในเวลาที่พวกเค้าต้องการคุณ เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจผลัดวันประกันพรุ่งได้ บางคนบอกว่า หลังจากที่คุณคลอดบุตรแล้วต้องใช้เวลาราว 6 สัปดาห์จึงจะคืนสู่สภาพเดิม คนนั้นไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณได้เป็นแม่คนแล้ว ไม่มีคำว่าคนเดิมอีกต่อไป บางคนบอกว่า คนเราเรียนรู้การเป็นแม่ได้เองตามสัญชาติญาณ คนนั้นไม่เคยพาลูกสามขวบไปซูเปอร์มาร์เกต บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นน่าเบื่อ คนนั้นไม่เคยนั่งรถที่ลูกวัยรุ่นขับหลังจากที่ได้ใบขับขี่มาหมาดๆ บางคนบอกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี ลูกออกมาก็จะดีเอง คนนั้นนึกว่าเด็กคลอดออกมาพร้อมกับคู่มือการใช้และใบรับประกัน บางคนบอกว่า แม่ที่ดีไม่ควรขึ้นเสียงกับลูก คนนั้นไม่เคยเปิดประตูหลังบ้านออกมาทันได้เห็นลูกหวดลูกกอล์ฟเข้าใส่หน้าต่ บางครัวของเพื่อนบ้าน พอดิบพอดี บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นไม่ต้องมีการศึกษาก็ได้ คนนั้นไม่เคยช่วยลูกประถมสี่ทำการบ้านเลข บางคนบอกว่า แม่รักลูกคนที่ห้าไม่เท่าลูกคนแรก คนนั้นไม่เคยมีลูกห้าคน บางคนบอกว่า ช่วงที่ยากที่สุดของการเป็นแม่คือตอนเลี้ยงและตอนคลอด คนนั้นไม่เคยยืนดูลูกขึ้นรถเมลไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก หรือขึ้นเครื่องบินไปบู๊ทแคมป์ของทหาร บางคนบอกว่า งานของแม่นั้นหมูๆ ปิดตาสองข้าง หรือมัดมือไว้ข้างหนึ่งก็ยังไว้ คนนั้นไม่เคยสอนการออกเดินขายคุ๊กกี้ให้กับเหล่ายุวนารี 7 คนที่กระจุ๊กกระจิ๊กคิกคักกันอยู่ตลอดเวลา บางคนบอกว่า แม่เลิกกังวลได้แล้ว หลังจากที่ลูกแต่งงานออกเรือนไป คนนั้นไม่รู้ว่าการแต่งงานคือการนำลูกชายหรือลูกสาวคนใหม่เข้ามาอยู่ในสายใยใจของแม่ บางคนบอกว่างานของแม่สิ้นสุดลงเมื่อลูกคนสุดท้ายออกจากบ้านไป คนนั้นไม่เคยมีหลานยาย หรือหลานย่า บางคนบอกว่า แม่รู้ดีอยู่แล้วว่าคุณรักท่าน เพราะงั้น ไม่ต้องบอกท่านก็ได้ คนนั้นไม่เคยเป็นแม่คน
July 21 ความทุกข์
ความทุกข์...
ใครหลายคนชอบคิดไปไกลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง...
May 20 ความรักกับความอดทนมักจะมาคู่กันเสมอ ทีละนิด ทีละนิด และ "ความอดทน" หมดไป ทั้งๆ ที่ยังรัก ค่อยจาก และพร้อมจะมี... ...รักครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเดิมก็ได้... มิใช่หรือ...??
May 18 วิธีใช้หนี้พ่อแม่
+++ วิธีใช้หนี้พ่อแม่ +++
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลย จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจแม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก
ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะ ทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐานแล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ
ผู้ใดก็ตาม ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วยเป็นการขอขมาลาโทษ ฯ
ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกหลาน อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อนคือ ถอนคำพูด ไปขอสมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐานรับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ ฯ
บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไรก้าวถอยหลังดำน้ำไม่โผล่ ฯ
บ้านหนึ่งพ่อมีเมีย ๔ คน เมียหลวงบอกลูกว่าพ่อเจ้าไม่ดี ลูกก็ไปด่าพ่อว่าพ่อ แล้วมาบวชวัดนี้ บวชแล้วเดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ จนจะกลายเป็นโรคประสาท นี่แหละบวชก็ไม่ได้ผล หลวงพ่อก็ให้ไปถอน คำพูด และขอสมาลาโทษกับพ่อเขาก่อน แล้วกลับมานั่งกรรมฐานจึงได้ผล ( case นี้หลวงพ่อจะ เตือนผู้เป็นลูกบ่อยๆไม่ให้ว่าพ่อ แต่ให้เป็นเรื่องของแม่ที่จะแก้ปัญหานี้ ซึ่งหลวงพ่อสอนไว้แล้ว )
เมื่อเร็วๆนี้ฆ่าพ่อตาย แม่สงสารพามาเจริญกรรมฐาน พอเข้าวัดมันร้อนไปหมด ปวดหัวเข้าไม่ได้นี่ เวรกรรมตามสนอง ปิตุฆาต มาตุฆาต ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ทำกรรมฐานไม่ได้แน่นอนต้องหันรถกลับ นี่เรื่องจริงในวัดนี้ ฯ
คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อเถียงแม่เอาดีไม่ได้ คนไม่พูดกับพ่อแม่ นั่ง กรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร ถ้าไม่ขออโหสิกรรม ฯ
ขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่ๆน้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่าโทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพี่คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือ รดเท้า ฯ
นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของ เราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ไปทวงหนี้ พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้…ให้… ให้….ฯลฯ ) เรียนสำเร็จแล้วยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ ติดค้าง รับรองทำมาหากินไม่ขึ้น ฯ
หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณนั้น คือหนี้บุญคุณของบิดามารดา ฯ
" หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง "
เด็กประถม ๔ พ่อเมาเหล้า เมากัญชาเล่นการพนัน แม่เล่นหวย ปัจจุบัน เป็นดอกเตอร์ อยู่อเมริกา หลวงพ่อสอนครั้งเดียวจำได้ บอกวันเกิด หนูซื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มานั่งคู่กัน แล้วกราบนะลูกนะ แล้วก็บอกพ่อแม่ว่าความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอ ด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่นั่ง ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะอุ้มท้องมาแล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วง สร่างเมา ส่วนแม่ก็ร้องไห้เลย พ่อแม่ก็ให้สัญญากับลูกเลิกอบายมุขทั้งหมด ฯ ลูกหลานโปรดจำไว้ เมื่อแยกครอบครัว ไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไรต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้า เข้า โฮเต็ล ฯ
ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นมงคลนาม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะชื่อเป็นเพียงนามสมมุติแทนตัวเรา อย่างหลวงพ่อชื่อ จรัญ ปู่ตั้งให้ หมอดูบอกเป็นกาลกิณี แต่ทำไมเจริญรุ่งเรือง ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าทำดีได้ดี ของดี ของ ปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลย ของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพย์ มีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์ บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา…… พ่อแม่ให้อะไรเอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มา ก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้างฯ ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วย คนเรามี ๒ ก้าวจะก้าวขึ้นหรือก้าวลงดำน้ำไม่โผล่ ก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอกสอนลูกหลาน ต้องการจะบรรจุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูกเสียก่อน กุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่างเรียนจบครู สวดมนตร์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บริษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับบางรายทั้งสอบทั้งสมัครหลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วันผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้ว ฯ
April 15 เรื่องราวมากมายในวันเกิด
เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดเรา เฮียโทรมาให้กำลังใจก่อนเข้าสอบด้วย ดีใจมากๆ ถามเราว่าเพื่อนใช้สายอยู่เหรอ เราบอกว่าเปล่า แต่ว่าพอดีว่าเพื่อนทำเซอร์ไพรส์ให้ เลยอยู่ห้องเพื่อน เล่าให้เฮียฟัง แต่ดูเหมือนว่าเฮียจะไม่ค่อยได้ฟัง เฮียโกรธเราที่เราไม่ยอมโทรบอกสักแปบนึง เฮียถามเราว่า แค่โทรบอกนาทีนึง มันจะเสียเวลาขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วทีครั้งนั้น แค่สิบนาทีแล้วเฮียไทรกลับ เราก็โทรมาตาม ตกลงเราจะเอายังไง
เราเสียใจ ที่ทำให้เฮียผิดหวังอีกแล้ว แล้วเฮียก็บอกเราว่าเดี๋ยวให้เราไปทำอะไรให้เสร็จก่อน แล้วเดี๋ยวค่ำๆ โทรไปหา เราก็เลยไปรีบทำธุระ อาบน้ำ อาบท่าเก็บของ แล้วก็มานั่งรอโทรศัพท์ รอแล้ว รอเล่า ก็ไม่มีวี่แวว จนกระทั่งดึกมาก เที่ยงคืนแล้ว เราตัดสินใจโทรไปหา แล้วสิ่งที่เราได้รับรู้ มันก็ทำให้เราเสียใจไม่น้อย เฮียหลับไปแล้ว เราถามเฮียว่า เรารอโทรศัพท์เฮียอยู่ ไหนเฮียบอกว่าเฮียจะโทรมา แล้วตอนนั้นก็คิดในใจว่า ถ้าไม่อยากโทรมา ทำไมต้องมารับปากแบบนี้ เฮียบอกเราด้วยน้ำเสียงรำคาญสุดๆว่า "ไม่รู้ วันนี้ไม่อยากคุย เดี๋ยวไว้อยากคุยจะโทรไปหาเอง" เราก็เลยกึก แล้วก็วางไป แล้วเราก็เป็นพวกที่ พอมีคนมาพูดอย่างนี้กะเรา เราก็จะรอจนกว่าเค้าจะโทรมาหาเรา เพราะว่าเค้าบอกเราเองนิ ว่าเดี๋ยวอยากคุยแล้วเค้าจะโทรมาหาเราเอง เราก็เลยรอ รอ รอ วันรุ่งขึ้นเราก็ตื่นแต่เช้ามารอโทรศัพท์ ว่าเมื่อไหร่เฮียจะโทรมา อยากโทรไปหาเราก็กลัว ว่าเฮียจะไม่อยากคุยกะเรา แล้วทำน้ำเสียงที่เราไม่อยากได้ยินใส่เรา เราก็เลยไม่กล้าโทร ได้แต่รอ... วันนี้เฮียนัดเพื่อนๆไปกินอาหารญี่ปุ่นด้วย เราก็เลยคิดว่าเฮียคงไม่อยากคุยกะเราจริงๆ เพราะว่าวันนี้เค้ามีกิจกรรมแล้วนิ คงไม่คิดถึงเราไม่อยากคุยกะเราจริงๆ เราออนไลน์ เจอน้องเตย ก็พยายามถามน้องเตยว่าเฮียกลับมาหรือยัง ไม่สบายใจเลย กินอะไรก็ไม่ได้ ยิ้มก็ไม่ออก เพื่อนก็รู้นะ ว่าเรากำลังมีปัญหาอยู่ จนกระทั่งเฮียกลับมา มาออนไลน์เราก็ยังไม่อยากทักอยู่ดี เพราะว่าอย่างที่เฮียบอกเราอ่ะ เดี๋ยวอยากคุยจะโทรมาหาเอง กลัวไปหมด ไม่อยากได้รับคำพูด หรือว่าน้ำเสียงที่ฟังดูทำลายความรู้สึก ไม่นานนัก เฮียก็เข้ามาทักเราด้วยคำพูดที่ทำให้เรารู้สึกแย่มาก "วันศุกร์นี้ กลับเองนะ" เรากึกไปเลย เรื่องราวหลังจากนี้เราไม่อยากจะพูดถึงมันอีกแล้ว มันผ่านไปแล้ว... แล้วมันก็ไม่น่าจดจำซักเท่าไหร่
เอาเป็นว่าวันนี้ เป็นวันที่เราทั้งสุข ทั้งทุกข์ ครบรสชาดเลย สุขก็สุขสุดๆ ทุกข์ก็ทุกข์ให้ตายเลย แต่แล้วทุกอย่างมันก็ผ่านได้ด้วยดี เพราะว่าไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ยังไงเราก็รักกัน... เราต่างรู้ว่า...แท้จริงแล้วเรารักกันมาก แต่ด้วยความห่างไกล ความไม่มั่นใจ หรืออะไรก็ตาม ทำให้เรามีเรื่องให้ขบคิด พิจารณากันเรื่อยมา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง มันก็อย่างนี้แหละ... คนสองคน
แต่ ณ วันนี้เรามั่นใจในกันและกันมากขึ้น ต่างคนต่างกลัวที่จะเสียอีกฝ่ายไป เราเองก็กลัวมาก... กลัวการที่ต้องเสียเฮียไป เมื่อถึงวันนั้นเราจะอยู่ยังไง เราก็ไม่รู้... ขออย่าให้มีวันนั้นเลย...
"รักเฮียที่สุด"
February 05 โอเอซิสแห่งความรัก ![]() นานๆทีที่ฝนจะตกในทะเลทราย
ต้นกระบอกเพชรก็ยังออกดอกสู้คามแห้งแล้งอยู่ได้
เพราะมันรู้จะสะสมความชื้นไว้
แล้วคุณล่ะ..รู้จุกสะสมความรักไว้ในใจบ้างหรือไม่
เผื่อวันที่แห้งแล้งแล้วยังไงล่ะ
เพราะถ้าเรามีความรักสะสมไว้ในใจจนชุ่มแล้ว
บรรยากาศความรักจะไม่อึดอัด
เพราะเราจะไม่ต้องมานั่งพะวงว่า
เราจะเติมรักให้กันเพียงพอหรือไม่
![]() แบบนี้เหมือนกับการให้อิสระในรัก
ความไว้ใจ ความเชื่อใจ และความสุขในรักจะตามมา
![]() ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยน แต่แสนจะอ่อนโยน
จงอย่ามองด้วยตา แต่มองด้วยใจ ..
บททเรียนของความรักการที่จะรักใครสักคน
ไม่จำเป็นต้องไปหาเหตุผลว่า ทำไมจึงรัก แต่ให้รู้ไว้ว่า ทุกวันนี้รัก และต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ การที่จะรักใครสักคน ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่า เขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักหรือยัง
การที่จะรักใครสักคน
ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะมีใครอื่น นอกเหนือจากเรา แต่ควรระวังใจของตัวเอง ให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก
การที่จะรักใครสักคน ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน เพราะว่าการที่คอยห่วงใยกันอยู่เสมอ สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี
การที่จะรักใครสักคน เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้ หรือชนะก็ไม่สำคัญ จึงยอมให้เป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ การที่จะรักใครสักคน ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา
แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า
ความรักสอนให้ได้เรียนรู้ในหลายๆสิ่ง ความรักทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ความรักเป็นบทเรียนดีดีที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง
January 26 Fightอีกไม่นานแล้วสิ...
เราก็ต้องไปไต้หวันจริงๆ
เราต้องเข้มแข็ง อดทน และเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้ตัวเองนะ
ไม่ว่าคนอื่นเค้าจะเป็นกำลังใจให้เราหรือไม่ก็ตาม
ใจหาย
หวาดหวั่น
หวาดกลัว
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด
ไม่ท้อง่ายๆอยู่แล้ว
เพื่อนาคตของตนเองและครอบครัวในวันข้างหน้า
เราเองต้องปรับตัว
ทั้งเรื่องสภาพร่างกาย
สภาพจิตใจ
ให้เข้ากับสภาวะการทำงานให้ได้
ทั้งเรื่องคน เรื่องงาน
Best Time
เค้าว่ากันว่า "ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนเรา" คือ... ![]()
January 24 อย่าคิดที่จะเปลี่ยนใคร แต่คิดที่จะเปลี่ยนตัวเอง
So Worryวันนี้ตื่นแต่เช้าไปหาแม่มา
ได้ฟังแม่ปรับทุกข์บ้าง
กังวลอย่างบอกไม่ถูก
โดยไม่มีใครบังคับ และรู้ทั้งรู้ว่าอาจจะทำให้เราไม่สบายใจ
(ถามเค้า เค้าก็ไม่บอกให้โง่...)
ความทุกข์ และความเสียใจก็มาเยือน
ความเชื่อมั่น กลายเป็นความไม่เชื่อมั่น
ความสนิทใจ กลายเป็นความไม่สนิทใจ
เต็มไปด้วยความไม่สบายใจและกังวลใจ
อยากจะคิดถึงแต่ปัจจุบัน
ไม่อยากคำนึงถึงอดีต
มันจะเสียความรู้สึกมากว่านี้ เอาเถอะ...
เราจะทำอย่างดีที่สุด
อะไร อะไรอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้
![]() January 22 ฮวงจุ้นเตียงนอนฮวงจุ้ยที่นอน....พิจารณาฮวงจุ้ยของตำแหน่งเตียงนอน 1.เตียงนอนใต้ไฟ (ศีรษะมีไฟส่อง) ทำให้ปวดศีรษะง่ายเครียดง่ายหรือมีเรื่องร้อนใจเสมอ 2.เตียงนอนอยู่ใต้คาน ทำให้ต้องรับภาระหนัก มีเรื่องให้แก้ปัญหาเสมอ 3.เตียงนอนมีเสาบังอยู่ทั้ง 2 ข้าง เหมือนถูกบีบจากเสามีแต่เรื่องเครียดอยู่ตลอดเวลา 4.เตียงนอนตรงประตูทางเข้าออก ป่วยออดๆ แอดๆ เสมอ 5.เตียงนอนตรงประตูห้องน้ำ ป่วยด้วยโรคช่องท้อง เช่น มดลูก ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก อัมพาต 6.เตียงนอนวางลอยๆ กลางห้อง เหมือนเมรุเผาศพ คนเดินผ่านได้รอบข้างเป็นการจัดวาง ที่รับอันตรายได้รอบทิศทางถือว่าไม่เป็นมงคล 7.กระจกแผ่นใหญ่ส่องเตียงนอน ป่วยง่าย ทำให้ตกใจง่าย เหมือนถูกผีหลอกทั้งๆ ที่เป็นตัวเอง การป่วยจะเป็นการป่วยเรื้อรัง 8.วางเตียงนอนไว้ใต้บันได
ถือว่ารับแต่ของสกปรก หรืออัปมงคลไว้ตลอดเวลาเป็นลักษณะกดทับแก้ปัญหายาก 9.เตียงนอนใต้แอร์ส่วนหัวเตียง ศีรษะจะถูกกดทับ
ขอบ่นเฮ้อ..อีกไม่ถึงเดือนเลยเนอะ
เราต้องไปทำภารกิจที่หนักและใหญ่หลวงยิ่ง
เพื่ออนาคตของเราและเติ้ล
และยังเป็นความภูมิใจของครอบครัว
เรื่องการเตรียมตัวคงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดขณะนี้เลย
เพราะว่าของทางไต้หวันราคาไม่ใช่น้อยเลย
จะไปเอะอะซื้อก็คงไม่ได้
นั่นเป็นสิ่งที่นาเบื่อที่สุดสำหรับเรา
ต้องใช้เงินอีกไม่น้อย
เกรงใจแม่ เกรงใจพ่อ
เกรงใจเติ้ล
เฮ้อ..เบื่อ
January 20 ความรัก&ความเสียสละของแม่
ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ.2539
"มิสคะ... เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์ มิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง
เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปี กลัวโดนเพื่อนล้อแม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่าแม่แขนเดียว แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา" ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
ว่าจะต้องจัดการเรื่องที่ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว
หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้
ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล พวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดิน ซึ่งเป็นคันดินท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ ส่วนคุณแม่เดินตามหลังมากับลูกชายคนเล็ก คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่อง แล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า
ที่กำลังหมุนอยู่และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก มองหน้าเด็กนักเรียนทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด โดยเฉพาะ "ลูกชาย" ของคุณแม่ท่านนั้น คุณแม่ไม่ยอมเสียเวลาคิดอะไรเลย เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ก่อน... คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม่ขาดสะบั้นลง! สติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที และบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจนกระะดูกหัก...แต่ไม่ขาด ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
มือขวาของคุณแม่ ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย... หันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงาน พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคุณแม่ ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ! จึงสามารถเดินเหินได้เป็นปกติ มิสมองหน้า "ลูกชาย" ของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า ไหนใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ" พวกเราชื่นชมและยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา" ไหนคนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา หนักใจอยู่เหมือนกันว่าหากถามขึ้นมาแล้วไม่มีใคร และจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง ในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กโดยไม่ทันคิด ได้สลายปมด้อยในใจของเด็กคนนี้ลงจนสิ้นแล้ว มิสอุไรพรได้เรียกตัว "ลูกชาย" เข้าไปคุยอีกครั้ง แล้วบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ"
ฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ.2540 ซึ่งเขียนโดยมิสอุไรพร นาคะเสถียร ที่มิสบังเอิญทราบมาจากการได้พบคุณแม่ตามที่เล่าไว้
เรื่องน่าเบื่อของวัน เบื่อคนไม่มีจิตสำนึก
เบื่อคนไม่มีระเบียบ
เบื่อคนพูดจาไม่ดี
เบื่อคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆ
เบื่อคนขี้หงุดหงิด
เบื่อคนขี้โมโห
เบื่อคนใจแคบ
เบื่อคนไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
เบื่อคนไม่มีน้ำใจ
เบื่อเด็กโง่แล้วยังขี้เกียจ
"แต่ก็ดีใจที่หลายคนไม่เป็นอย่างนั้น"
January 18 การลงโทษด้วยความรัก การลงโทษด้วยความรัก![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() วันหนึ่งเมื่อยังเด็ก
แอนดี้น้องชายของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น
ในมือข้างหนึ่งมีปากกาหนึ่งด้าม
ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสมราคาแพงของพ่อ
แอนดี้คงจะปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ
เมื่อพ่อเดินเข้ามาในห้อง
แอนดี้ก็ก้มหน้างุดและทำท่ากระสับกระส่าย
เขารู้ตัวดีเชียวละว่ากำลังทำผิด
แม้จากระยะไกล
ฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปรอะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ
และตอนนี้แอนดี้ก็กำลังจ้องมองพ่อตาโตด้วยความหวาดหวั่น
รอคอยที่จะถูกทำโทษ
พ่อหยิบหนังสือขึ้นมามอง
แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้
โดยไม่พูดอะไรสักคำ
หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อพ่อมาก
หนังสือคือความรู้
และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพง
แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก
สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นยอดเยี่ยมมาก
แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุแอนดี้
หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน
พ่อกลับนั่งลง
หยิบปากกาในมือแอนดี้ขึ้นมาถือไว้
แล้วก็เขียนอะไรบางอย่าง
ลงในหน้าหนังสือสะสมราคาแพงนั่นเสียเอง
พ่อเขียนที่ข้างๆ ลายเส้นที่แอนดี้ขีดว่า
ภาษาของแอนดี้ เมื่ออายุสองขวบ ต่อไปนี้
ไม่ว่าครั้งไหนที่พ่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด
พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆ
ที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก
และจะขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเด็กน้อยคนนี้
มาให้ขีดเขียนบนหนังสือแสนหวงของพ่อ
ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้ของพ่อมีความหมาย
เหมือนกับที่พี่ๆ ของลูก
นำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อเหมือนกัน"
"ว้าว..." ฉันคิด
นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ?
นานๆครั้งฉันก็จะหยิบหนังสือที่สะสมไว้
มาให้ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น
ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น
ฉันก็จะนึกถึงสิ่งที่พ่อทำในวันนั้น
พ่อได้สอนให้ฉันรู้ว่า...
'อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง'
ซึ่งนั่นก็คือ
'คนที่เรารัก ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ'
ลองมองย้อนดูตัวคุณเองนะคะ ในแต่ละวัน
เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อยู่เสมอ
เช่นคุณนั่งกินข้าวกับภรรยาอยู่ที่ร้านอาหาร
เธอหวังดีอยากจะเทซอสให้คุณ
แต่มันกลับหกไปเลอะเสื้อตัวเก่งของคุณ
และคุณก็ทำสีหน้าที่ตำหนิเธอและคำพูดที่บอกว่า
เดี๋ยวผมเทเองก็ได้" นอกจากคำขอโทษที่เธอพร่ำบอก
น้ำตาใสๆก็เริ่มเอ่อขึ้นในใจเช่นเดียวกัน
เพราะอาหารมื้อนั้น
ไม่มีรสชาติสำหรับเธอเสียแล้ว
แต่ถ้าคุณบอกกับเธอว่า ถ้าซักไม่ออกก็ไม่เป็นไรหรอก
เมื่อผมหยิบเสื้อขึ้นมาใช้ครั้งใด
ผมจะหวนนึกถึงร้านอาหารนี้ทุกครั้งไป
ที่ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับคุณ
และได้คิดถึงทุกครั้งว่าภรรยารักและเอาใจใส่ผมมากเท่าใด
อยากปรนนิบัติเอาใจ (จนเทซอสหกใส่ผม)
แต่ว่าคราวหน้าออกมาทานข้าว
ผมจะเป็นคนเทซอสให้คุณมั้งล่ะ (ทีนี้ตาผมมั่ง)
รอยยิ้มจากหัวใจของเธอได้เริ่มโบยบินแล้ว
แค่นี้คุณก็ลงโทษเธอให้ระวังมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ
สิ่งที่มีค่าต่อชีวิตคนเรานั้นไม่ใช่ นาฬิกาเรือนละแสน
หรือเนคไทเส้นละหลายๆพัน
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจ
ที่คุณรู้ว่ามีใครคนหนึ่ง เฝ้ารัก
เฝ้าถนอมความรู้สึกคุณอยู่ตลอดเวลาต่างหาก
![]() ![]() ![]() ![]() January 16 My Life depends on Me
ถ้ารู้ว่าร้อนนัก. . .ก็หลบที่ร่ม
ชีวิตเรา อย่าเอาไปผูกไว้กับใคร เอาไปผูกไว้เอง แล้วก็เหนื่อยซะเอง ความสุข ความทุกข์ มันอยู่ที่ใจ รู้ทั้งรู้ แต่ทำไม่ได้ |
|
|